ประสบการณ์รักษาศีล (๒) ฝ่าด่านศีลข้อแรก มดสักตัวก็ไม่ฆ่า
คนร้อยละ ๙๙ ต้องเคยฆ่าสัตว์อย่างแน่นอน โดยเฉพาะแมลงที่ใกล้ชิดคน ได้แก่ มด ปลวก ยุง แมลงสาบ เป็นต้น นับเป็นสัตว์เล็ก ๆ ที่ถูกคนฆ่าตายมากที่สุด ผมเองก็ฆ่ามาแล้วไม่น้อย คงนับรวมกันแล้วเป็นพันเป็นหมื่น
เนื่องจากแมลงเหล่านี้เป็นสัตว์ขนาดเล็ก และคนยังมองว่าเป็นศัตรู เพราะมันทำร้ายคนและทำลายข้าวของของคน จึงทำให้คนฆ่าได้อย่างง่าย ๆ การฆ่าสัตว์เล็ก ๆ อย่างนี้ใช้กำลังใจน้อย จึงฆ่าได้อย่างไม่คิดอะไร เด็ก ๆ ก็ฆ่ามดแมลงได้ด้วยเห็นเป็นเรื่องสนุก โดยไม่รู้ว่าเป็นบาป
การฆ่าสัตว์ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ย่อมเป็นบาปทั้งสิ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด หากมีเจตนาในการฆ่าและสัตว์นั้นตายเพราะลงมือฆ่า ก็ย่อมเป็นบาปทั้งหมด นอกจากทำด้วยตัวเองแล้ว หากสั่งให้คนอื่นทำก็ดี หรือยินดีเมื่อคนอื่นทำแล้วก็ดี ล้วนแต่ได้รับบาปกรรมด้วยกันทั้งนั้น พระบรมศาสดาทรงตรัสไว้เช่นนี้
พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ด้วยว่า อย่าหมิ่นว่าบาปเล็กน้อยแล้วลงมือทำ เพราะทำไปบ่อยเข้าก็สะสมเป็นกองใหญ่ พอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ
ที่น่ากลัวก็คือ บาปเล็ก ๆ ถ้าทำเป็นอาจิณอาจชินกับการทำบาป เห็นเป็นเรื่องธรรมดา นำไปสู่การทำบาปที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ได้
ผมได้รักษาศีลตามคำแนะนำของ องค์หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง ดังที่ได้เล่าไว้ตอนที่แล้ว นั่นคือ ค่อย ๆ รักษาไปทีละน้อย ตั้งกำลังใจไว้ ว่าจะรักษาศีลให้ถึงที่สุด แต่ถ้าเผลอละเมิดเพราะความเคยชิน ก็ตั้งกำลังใจใหม่ ทำอย่างนี้เรื่อยไป
แรก ๆ ก็ศีลขาดเป็นประจำ ตามความเคยชิน ตบยุงบ้าง บี้มดบ้าง กระทืบแมลงสาปบ้าง ทำครั้งที่ทำไปแล้วก็ตั้งสติ ตั้งใจใหม่ ตื่นเช้าขึ้นมาก็ทบทวนศีลแล้วตั้งใจรักษา ก่อนนอนก็ทบทวนว่าเราละเมิดข้อใดบ้างแล้วตั้งใจรักษา ทำอย่างนี้เรื่อยไปครับ
ผมตั้งใจไว้อย่างแน่วแน่ว่า จะรักษาศีลข้อที่ ๑ ให้ถึงที่สุด แม้มดตัวหนึ่งก็จะไม่ทำให้ล่วงไปด้วยเจตนาของเรา คือไม่ฆ่าอย่างเด็ดขาด ในส่วนของการผิดพลาดโดยไม่เจตนานั้นย่อมมีอยู่บ้าง เมื่อไม่ฆ่ามดแล้ว สัตว์อื่น ๆ ก็ไม่ฆ่า ไม่ทำร้าย ไม่ทรมานให้เขาเดือดร้อนด้วย ใช้เวลานับเป็นปี ๆ กว่าจะตั้งกำลังใจให้มั่นคงได้ มีสติอยู่เสมอ มีโอกาสฆ่าก็ไม่ฆ่า
ตอนนี้เห็นได้แล้วว่า มีความระมัดระวังอยู่เสมอ ตอนจะล้างถ้วยล้างชาม หากมีมดอยู่ก็เคาะออกเสียให้หมด มดไต่ตามตัวก็ใช้วิธีปัดหรือเป่าให้ปลิวไปแทนการบี้ให้ตาย แม้มดกัด ยุงกัดก็ปัดเอาแทนตบให้บี้แบน นับว่าลดการทำบาปโดยการพรากชีวิตสัตว์อื่นลงไปได้มาก แม้เผลอทำอยู่แต่ก็น้อยลง
อานิสงค์ที่เห็นได้ชัดก็คือ ยุงไม่ค่อยกัด หรือหากเป็นตัวสองตัวก็ปล่อยให้เขาดูดเลือดเสียให้อิ่ม ถือเสียว่าแบ่งปันอาหารกันกิน แต่ก่อนไม่ว่านั่งที่ไหนยุงจะมารุมกันเต็ม แต่ตอนนี้มีน้อยและมาบินตอมเสียมากกว่า ถ้าทนรำคาญไม่ไหว ก็เดินหนีจากทีที่ยุงมากๆ ก็หมดเรื่อง
เรื่องยุงไม่กัดหรือกัดน้อยลงนี้ อาจเป็นอุปาทานก็ได้ หรือเป็นความจริงก็ได้ เห็นอย่างนี้ก็เล่าอย่างนี้ ขอเชิญท่านที่ได้อ่านลองปฏิบัติเพื่อพิสูจน์ดู
การนึกถึงศีลอยู่เสมอเป็นศีลานุสสติกรรมฐานด้วย นอกจากช่วยไม่ให้ทำบาปแล้วยังได้บุญใหญ่ ท่านว่าเป็นทางพาไปให้พ้นอบายภูมิ อันได้แก่ นรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน อย่างต่ำเกิดเป็นมนุษย์ อย่างกลางเกิดเป็นเทวดาและพรหม อย่างสูงไปนิพพาน
ลองทำดูนะครับจะได้พบกระแสชุ่มเย็น แม้ปฏิบัติได้อย่างผมคือดิบ ๆ สุก ๆ ก็ยังสัมผัสได้ว่ามีจริง.
ขออนุโมทนา
โกศล อนุสิม

เชิญแสดงความคิดเห็น