ประสบการณ์รักษาศีล (๑) เริ่มต้นอย่างไรดี
ศีลหมายความว่าปกติ คือปกติของโลก การละเมิดศีลคือการทำให้ความผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งคนส่วนมากล้วนแต่ละเมิดศีลไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง หนัก ๆ ก็ละเมิดทุกข้อ ศีล ๕ ที่ปุถุชนคนธรรมควรจะต้องรักษา แต่ก็บางคนก็ทำลายไปทั้งหมด
ในที่นี้จะไม่ไเขียนถึงประโยชน์ของการรักษาศีล เพราะทุกคนหรือคนส่วนมากทราบกันดีอยู่แล้ว แต่จะขอเล่าประสบการณ์เรื่องการรักษาศีลแทน เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจบ้าง
แต่ต้องขออกตัวก่อนว่า ผู้เขียนไม่ใช่ผู้ที่ทรงศีลบริุสุทธิ์ เพราะไม่ใช่พระอริยเจ้าผู้มีศีลบริสุทธิ์ หากแต่ยังเป็นคนธรรมดาสามัญที่ยังไม่แน่ใจว่ารักษาศีลได้ครบทุกข้อหรือไม่ แต่ก็พยายามรักษาให้ครบทุกข้อ เพื่อดำเนินไปตามความเป็นปกติของโลก
การรักษาศีลนั้นเป็นเรื่องยากที่จะทำได้อย่างรวบรัด ทั้งนี้เนื่องจากคนเราอยู่กับการละเมิดศีลมาไม่รู้กี่อนันตชาติ พอเกิดมาเป็นคนในชาติปัจจุบันก็ละเมิดต่อ ยกเว้นสำหรับท่านที่บำเพ็ญบารมีมาจนเต็มแล้ว ดังเช่นพระนางวิสาขามหาอุบาสิกา ที่ฟังเทศน์แล้วเป็นพระโสดาบันตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ นั่นท่านบำเพ็ญบารมีมาเต็มแล้ว
ส่วนผู้เขียนเสี้ยวหนึ่งเต็มแล้วหรือยังก็ไม่รู้ได้ แต่ก้พยายามประพฤติปฏิบัติรักษาเท่าที่ทำได้ จึงบอกเล่าประสบการณ์ให้อ่านกัน
ผู้เขียนได้เริ่มต้นรักษาศีลด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ตามรอยคำสอนขององค์หลวงพ่อพระราชพรหมยาน หรือหลวงพ่อมหาวีระ ถาวโร หรือหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วักท่าซุง อุทัยธานี โดยหลวงพ่อท่านได้แนะนำลูกหลานญาติโยมว่า การรักษาศีลนั้น ถ้าเรายุ่งยาก มีอาชีพที่ต้องละเมิดศีล เช่น ชาวนาต้องฉีดย่าฆ่าแมลง เป็นต้น ไม่สามารถรักษาทั้งวันได้ ท่านสอนให้รักษาในช่วงเวลาที่ไม่ต้อทำงานฆ่าเพลี้ย โดยกำหนดไว้แน่วแน่ว่า ตั้งแต่เวลานี้ถึงเวลานี้ เช่น ตั้งแต่ ๖ โงเช้าถึง ๙ โมงเย็น จะไม่ละเมิดศีลโดยเด็ดขาด ปรก ๆอาจรักษายากหน่อย แต่นาน ๆ เข้าก็จะชิน ทรงศีลได้โดยอัตโนมัติ
ไม่เพียงแต่ชาวนาชาวไร่หรือชาวใด ๆ ที่ต้องฆ่าสัตว์เล็กสัตว์น้อย ต้องกำหนดเวลาในการรักษาศีล คนทำงานทั่วไปก็สามารถรักษาเป็นช่วงเวลาได้ แล้วค่อยๆขยายขอบเขตไปเรื่อยๆ ทำนานเข้า ขยายไปๆ ก็จะกลายเป็นผู้ทรงศีล รักษาศีลได้ทั้งหมด
ประสบการณ์ผู้เขียนในการใช้แนวทางของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน นับว่าเกิดผลน่าพอใจอย่างยิ่ง ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตนและคนรอบข้าง ซึ่งจะได้นำมาเล่าในคราวต่อไปครับ
โกศล อนุสิม

เชิญแสดงความคิดเห็น