ถ้ารู้ (กู) ทำไปนานแล้ว

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งวิทยาศาสตร์ สามารถพิสูจน์ได้ด้วยการปฏิบัติ คำสอนขององค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นความจริงแท้ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงกำหนดขึ้นมา แต่เป็นสิ่งที่ทรงค้นพบแล้วนำมาเผยแพร่ให้สัตว์โลกทั้งหลายได้ทราบและปฏิบัติตาม เพื่อความสุขทั้งในระดับโลกๆคือชาวบ้านอย่างพวกเรา และในระดับสูงสุดคือพระนิพพาน
ผู้ปฏิบัติจึงจะรู้ด้วยตัวเอง ผู้ไม่ปฏิบัติย่อมไม่รู้ เมื่อไม่รู้ก็พาลไม่เชื่อ ทำให้พลาดโอกาสอันดีงามของชีวิตไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง
ผู้ปฏิบัติแม้จะเคยปฏิเสธศาสนาพุทธมาก่อน แต่เมื่อได้รู้ความจริงด้วยการปฏิบัติแล้ว ย่อมจะเกิดความศรัทธาและปีติ ยึดเป็นธงนำในการดำเนินชีวิตอย่างมั่นคง หนึ่งในนั้นย่อมรวมเอา “ณัฐพบธรรม” ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “ถ้ารู้(กู)ทำไปนานแล้ว” เอาไว้ด้วยคนหนึ่ง
ณัฐพบธรรม ก็ไม่ต่างจากคนส่วนมากที่นับถือพุทธศาสนาตามทะเบียนบ้าน ไม่สนใจที่จะศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจังมาก่อน แต่เมื่อศึกษาเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติแล้วรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้ยึดเอาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเครื่องนำทางแก่ชีวิต
หนังสื่อเรื่อง “ถ้ารู้(กู)ทำไปนานแล้ว” เป็นการบอกเล่าประสบการณ์การเรียนรู้และปฏิบัติธรรมของณัฐพบธรรม ที่อธิบายข้อธรรมโดยอ้างอิงจากพระไตรปิฎกด้วยภาษาที่ง่ายแก่การทำความเข้าใจ สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาข้อธรรมจากคำสั่งสอนของพระบรมศาสดาให้เข้าใจเป็นเบื้องต้น นี่เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าอ่านเป็นอย่างยิ่ง
ผู้เขียนคือณัฐพบธรรมนั้นเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ จบการศึกษาสายวิศวกรรมศาสตร์ แน่นอนว่าคนที่เรียนมาทางนี้ย่อมต้องการข้อพิสูจน์ที่จับต้องมองเห็นได้ในการหาคำตอบในเรื่องต่างๆ ดังนั้น การที่เขากล่าวไว้ในคำนำว่า “พระไตรปิฎกไขข้อสงสัยทั้งหมดอย่างมีเหตุมีผล” จึงย่อมเป็นเรื่องที่เขาพิสูจน์ได้แล้วว่าคือความจริงแท้
การที่จะพิสูจน์ได้ย่อมต้องลงมือปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติจนเห็นจริงจึงบอกเล่าประสบการณ์ที่ตนได้เห็นและเข้าใจให้คนอื่นได้อ่านด้วย ดังนั้น การที่อ่านความคิดคำบอกเล่าของคนที่ผ่านการปฏิบัติมาแล้ว ย่อมมีน้ำหนักให้เชื่อถือได้มาก ซึ่งหากต้องการรู้จริงก็ต้องลงมือปฏิบัติตาม ก็จะสามารถพิสูจน์สิ่งที่ณัฐพบธรรมพิสูจน์มาแล้ว ว่าข้อธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น คือความจริงแท้
เมื่อรู้แล้วอาจอุทานเช่นเดียวกับชื่อหนังสือของณัฐพบธรรมว่า “ถ้ารู้อย่างนี้(กู)ทำไปตั้งนานแล้ว”
อย่างไรก็ดี ยังไม่สายเกินไปหรอกครับ การปฏิบัติธรรมนั้นแม้เริ่มต้นเมื่อลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ผลของการปฏิบัติก็มีมากมายมหาศาล เป็นกำลังส่งให้ถึงซึ่งสุคติภูมิแห่งใดแห่งหนึ่ง ระหว่างโลกมนุษย์ สวรรค์ พรหม และนิพพานอย่างแน่นอน

เชิญแสดงความคิดเห็น