พระพุทธองค์ผู้ทรงช่วยผมไว้(๒) เป็นชาวพุทธตั้งแต่เกิดแต่เพิ่งพบพุทธศาสนา

คนไทยที่มีหลักฐานตามทะเบียนบ้านว่านับถือศาสนาพุทธ ซึ่งมีอยู่กว่าร้อยละ ๙๐ ของประชาชนทั้งประเทศนั้น ในจำนวนนี้คงมีไม่ถึงร้อยละ ๕๐ ที่รับรู้แก่นแท้ของคำสอนแห่งพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า และมีความศรัทธานับถือจากความเข้าใจอันแท้จริง ส่วนมากแล้วนับถือตามบรรพบุรุษ เป็นชาวพุทธเพราะพ่อแม่แจ้งไว้ให้ในทะเบียนบ้าน เป็นไปตามที่คนรุ่นก่อนๆเคยเป็น

มีคนจำนวนไม่น้อย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเข้าวัด ไม่เคยทำบุญ ไม่เคยไหว้พระด้วยความศรัทธา เพียงทำตามๆกันไป ไม่ทำก็กลัวจะถูกว่าเป็นคนไม่ดี

มีคนจำนวนไม่น้อย นอกจากจะไม่นับถือพระแล้ว ยังขโมยของวัด ขโมยพระพุทธรูปไปขาย สร้างบาปกรรมให้ตัวเองเพิ่มขึ้นไปอีก

มีคนจำนวนมากเข้าวัดเมื่อเดือดเนื้อร้อนใจ เข้าไปรับการเป่าน้ำมนต์พ่นน้ำหมากจากพระสงฆ์ ด้วยหวังว่าจะช่วยปัดเป่าความทุกข์ให้หมดไป ราวกับว่าน้ำมนต์น้ำหมากของพระสงฆ์เป็นของวิเศษ ขจัดเภทภัยให้พินาศได้

มีคนจำนวนมากทำบุญเมื่อเป็นทุกข์ หวังว่าจะได้ความสุขจากผลบุญนั้นแบบทันทีทันใดเหมือนสั่งอาหารจานด่วน อธิษฐานหวังกำไรกันเกินความพอดี เมื่อไม่ได้ก็พาลตำหนิบุญว่าไม่มีผล เกิดบาปกรรมเพิ่มขึ้นอีก

คนประเภทดังที่กล่าวมานี้ ย่อมจะรวมผมเอาไว้ด้วยคนหนึ่ง ที่เป็นชาวพุทธเพราะพ่อแม่เป็นมาก่อน แจ้งไว้ให้ในทะเบียนบ้าน เป็นกันต่อๆมาถึงลูกหลาน และคงต่อไปอีกยาวไกลหลายรุ่น

เรียกได้ว่า เป็นชาวพุทธแต่ไม่เคยพบพระ ไม่เคยรู้ธรรม แม้จะเข้าวัด รับศีล ๕ ท่องได้ทุกข้อ รู้ความหมายทุกข้อ แต่เป็นแบบนกแก้วนกขุนทอง รับศีลเสร็จก็หันไปพูดโกหกกับคนข้างๆ หรือยุงมาเกาะก็ตบจนบี้แบน ศีลขาดตั้งแต่ยังไม่ลุกจากที่นั่ง

แต่ผมโชคดี ในที่สุดก็ได้พบพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อตกอยู่ท่ามกลางความทุกข์ที่สุดของชีวิต เพราะล้มเหลวจากการไล่ล่าหาความฝันให้ตัวเองแบบไม่เจียมตน กลายเป็นคนมีหนี้สินพอกพูนท่วมตัว หาทางออกไม่เห็น มีแต่หมายศาลจากเจ้าหนี้ที่ยื่นฟ้องให้หาเงินไปใช้หนี้

พระพุทธองค์ทรงตรัสกับพระสาวกว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ข้อนี้เป็นความจริงแท้ เห็นธรรมคือเข้าใจธรรมที่ทรงสั่งสอนแล้วนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ แม้พระองค์จะทรงดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว ก็เปรียบเสมือนได้เห็นพระองค์ท่าน ได้ยินพระองค์ท่าน ผ่านข้อธรรมทั้งหลายที่ทรงตรัสสอนไว้

ผมได้พบพระพุทธเจ้า เมื่อได้อ่านคำสอนของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี หรือที่พระอาจารย์ของท่าน คือหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรียกท่านว่า “ลิงดำ” แล้วหลวงพ่อได้นำมาเป็นนามปากกาในการเขียนหนังสือว่า “ฤาษีลิงดำ” ลูกศิษย์ของหลวงพ่อส่วนมากจึงเรียกตามด้วยความเคารพว่า “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ” จนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

ผมได้อ่านหนังสือของหลวงพ่อหลายเล่ม จึงพอจะเข้าใจในคำสั่งสอนของสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเบื้องต้น ได้รู้ว่า พระพุทธองค์นั้นทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย คำสอนของพระองค์นั้นเป็นทางแห่งความสุขโดยแท้ ใช้ได้กับทุกคนทุกชนชั้นจริงๆ

หลวงพ่อได้ทำให้ผมเกิด “หูตาสว่างไสว” ขึ้นมา เกิดความศรัทธาและเคารพนับถือในพระพุทธองค์จากใจอย่างแท้จริง จึงอาราธนาพระรัตนตรัยไว้เหนือเศียรเหนือเกล้า ตั้งใจเป็นชาวพุทธให้สมบูรณ์ทั้งนิตินัยและพฤตินัยตั้งแต่บัดนั้น

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า หลวงพ่อฤาษีลิงดำได้นำผมไปพบพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยแท้ ทั้งๆที่หลวงพ่อก็มรณภาพไปแล้วหลายปี

ผมได้เข้าใจในตอนนี้เองกับคำว่า “อกาลิโก” หรือเหนือกาลเวลา คือธรรมขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นอกาลิโก อยู่เหนือกาลเวลา รู้ตอนไหนปฏิบัติตอนไหนก็เป็นผล

ปฏิบัติแล้วทำให้เข้าใจธรรมชาติของชีวิต รู้ในความทุกข์ที่เกิดขึ้น รู้เหตุ รู้ผล ทำให้ยอมรับความจริงได้ แม้ความทุกข์จะยังไม่หมด แต่ก็ลดระดับความกดดันลงเป็นอันมาก ทำให้มีโอกาสครุ่นคิดไตร่ตรองในเรื่องต่างๆ ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ ค่อยๆหาทางแก้ไขไปตามจังหวะโอกาส

คำสอนของหลวงพ่อที่อธิบายไว้ง่ายๆ ตรงไปตรงมา ทำให้เห็นช่องทางในการปฏิบัติได้ ทั้งในการแก้ปัญหาทางโลกและเพิ่มปัญญาทางธรรม มีกำลังใจในการที่จะต่อสู้กับความทุกข์ที่เราสร้างขึ้นในทางโลก ขณะเดียวกันก็เห็นหนทางที่จะไปให้พ้นจากความทุกข์ในทางธรรม ด้วยการตั้งเป้าหมายไว้สูงสุดคือพ้นไปอย่างถาวร คือไปสู่พระนิพพานนั่นเอง

พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ารวมถึงพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่มีมานับไม่ถ้วนตั้งแต่อดีตและที่จะมีมาอีกนับไม่ถ้วนในอนาคต ทรงบำเพ็ญบารมีนานนับอนันต์เพื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ก็เพื่อสั่งสอนผู้คนให้พ้นทุกข์ไปพระนิพพานนั่นเอง

เมื่อได้อ่านหนังสือของหลวงพ่อ ผมจึงเข้าใจในจุดมุ่งหมายของพระบรมศาสดา พระองค์ทรงสั่งสอนให้คนรู้ธรรม รู้แก้ไขปัญหาระดับต่างๆ ปัญหาก็คือความทุกข์ เมื่อรู้ธรรมก็รู้ทางแก้ปัญหา รู้ธรรมมากขึ้นก็สามารถพัฒนายกระดับปัญญาแก้ปัญหาได้ทุกอย่างจนสามารถพ้นไปจากความทุกข์ในที่สุด

เมื่อผมได้พบพระบรมศาสดาผ่านคำสอนของหลวงพ่อแล้ว ทำให้ผมยุติการขยายตัวของความทุกข์ที่มีอยู่ลงได้ แม้ความทุกข์ยังไม่หมดไป แต่มันก็ไม่แตกหน่อต่อยอดเพิ่มจำนวนมากขึ้นอีก จำกัดจำนวนให้มีอยู่เพียงเท่านี้ จากนั้นก็หาทางกำจัดมัน เพียงแค่เริ่มต้นได้เช่นนี้ ก็ทำให้เกิดความสงบขึ้นเป็นอันมาก ความร้อนรุ่มใจลดลง เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่ไกลลิบๆแล้ว

ผมเข้าใจในตอนนี้เองว่า การได้เกิดเป็นมนุษย์และพบพระพุทธศาสนานั้น เป็นโชคดีโดยแท้.

โกศล อนุสิม เขียนเมื่อ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๐

เรื่องในหมวดเดียวกัน

This entry was posted on Tuesday, January 19th, 2010 and is filed under กราบพระพุทธองค์ผู้ทรงช่วยผมไว้. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

เชิญแสดงความคิดเห็น

บันทึกเรื่องการปฏิบัติธรรมใน 365 วัน

ปฏิทิน

September 2010
M T W T F S S
« Jul    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

สารบัญตามหวดหมู่

เรื่องย้อนหลัง

คนร่วมคุย

Free counter and web stats