ในร่มธรรมวันที่ ๓ : หนทางเราเลือก
เราเกิดมาเป็นมนุษย์นับอนันตชาติ ไม่นับเป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์นรก เป็นเทวดา เป็นพรหม เวียนว่ายอยู่เช่นนี้มีสุขในภาพภูมิพหรมและเทวดาก็เป็นสุขชั่วคราว หมดแล้วก็มาเป็นทุกข์ในภพมนุษย์และสัตว์ เป็นอย่างนี้มาไม่ถ้วนและจะนับเนื่องต่อไปอีกไม่ถ้วน
โชคดีที่มีปัญญาเห็นความจริงคือทุกข์นั้นในชาตินี้ จึงไม่อยากจะทุกข์อีก สุขชั่วคราวบนภพพรหมและเทวดาก็ไม่อยากมีแล้ว อยากไปนิพพานคือการดับจากความชั่วความเศร้าหมองอันเป็นบ่อเกิดของทุกข์โดยสิ้นเชิง
เราจึงตั้งจิตอธิษฐานไปพระนิพพาน การอธิษฐานคือการตั้งเป้าหมาย ตั้งจิตอธิษฐานจะไปนิพพานในชาตินี้ ส่วนจะไปถึงหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แต่เน้นย้ำคำอธิษฐานทุกวัน ทำสิ่งใดก้แล้วแต่หากเป็นการบุญก็ตั้งจิตไปนิพพานไว้ ให้จิตรู้และจำ
เมื่อตั้งจิตอธิษฐานแล้ว ตัวเราก็ตั้งใจทำในสิ่งที่จะนำไปสู่นิพพานได้ นั่นคือ ทาน ศีล ภาวนา ตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ค่อย ๆ ทำไปตามกำลัง เรากำลังน้อยก็ทำน้อย เหมือนเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ เรามีเงินน้อยก็ขึ้นรถยนต์ หากมีเงินมากก็ขึ้นเครื่องบิน ถึงที่หมายเช่นเดียวกันแต่ช้าเร็วต่างกัน
หากไม่ตั้งเป้าหมายไว้ก็ไม่รู้เมื่อไรจะได้ไป เพราะไม่รู้จะไปไหน ต้องวนเวียนอยู่ที่เดิม คือเกิด แก่ เจ็บ ตาย ยาวนานไม่รู้จุดสิ้นสุด
เมื่อเราเกิดปัญญา รู้ตัว ตั้งเป้าหมายไว้ คงช่วยย่นระยะเวลาเดินทางลงได้ไม่มากก็น้อย
จึงตั้งจิตอธิษฐานเสมอว่า ตายเมื่อใดขอไปพระนิพานเมื่อนั้น
นี่เป็นหนทางที่เราเลือกแล้ว
โกศล อนุสิม
๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓

เชิญแสดงความคิดเห็น