หลวงพ่อเล็ก หรือ พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ วัดท่าขนุน จ.กาญจบุรี ได้เทศน์เรื่องอานิสงค์ของการทำวัตรสวดมนต์ ไว้ในเว็บไซต์วัดท่าขนุน จึงขอนำมาเผยแพร่ไว้ในที่นี้ ดังนี้
การทำวัตรสวดมนต์มีอานิสงส์อย่างไรบ้าง?
๑. เป็นพุทธานุสติ เพราะการทำวัตร เราต้องทำในโบสถ์ต่อหน้าพระประธานอยู่แล้ว
๒.เป็นธัมมานุสติ สิ่งที่เราสวดมนต์ทำวัตร ก็คือ คำสอนของพระพุทธเจ้า
๓. เป็นสังฆานุสติ ยึดถือและปฏิบัติตามแนวที่ครูบาอาจารย์กระทำมา
๔. เป็นการควบคุมกาย วาจา ใจของเราให้อยู่ในกรอบ ไม่สามารถกระทำความชั่วได้ คือ คนเราจะทำชั่วด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ สามประการด้วยกัน การที่เรานั่งทำวัตรอยู่ต่อหน้าพระ กายทำชั่วไม่ได้ เพราะนั่งอยู่ตรงนั้น พนมมืออีกต่างหาก วาจาก็พูดชั่วไม่ได้ เพราะสวดมนต์อยู่ ก็เหลือแต่ใจที่อาจจะคิดชั่วได้ ก็แปลว่าเราได้กำไรไปสองในสามเป็นอย่างน้อย
๕. ถ้าหากเรามีความคล่องตัวในการทรงสมาธิ สิ่งที่เราทำวัตรทั้งหมด คือ คำภาวนา
๖. ถ้าหากเรานึกถึงคำสวดมนต์ทำวัตร เป็นตัวอักษรเฉพาะหน้าของเราได้ เท่ากับเราฝึกทิพจักขุญาณไปในตัว เห็นตัวหนังสือได้ชัดเจนเท่าไร ก็เห็นผีเทวดาได้ชัดเจนเท่านั้น
๗. คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น ถ้าเราแปลออก น้อมใจปฏิบัติตามไป จะได้ผลมหาศาลอย่างที่คิดไม่ถึง
๘. ถ้าได้มโนมยิทธิ ยกใจขึ้นไปสวดบนพระนิพพานเลย ตายเมื่อไรก็อยู่บนนั้น
บางคนคิดว่าจะไปทำวัตรอะไรนักหนา โดยเฉพาะวัดท่าขนุน ทำวัตรเช้าหนึ่งรอบ ทำวัตรเย็นอีกสองรอบ
แม้กระทั่งหลักจิตวิทยาของฝรั่ง บอกว่าถ้าอะไรที่เราทำซ้ำ [...]
Written on June 20, 2010 | Posted in
คำสอนครูบาอาจารย์ |
Leave a comment
หลวงพ่อพระมหาวีระ ถาวโร หรือ พระราชพรหมยาน หรือที่หลวงพ่อท่านเรียกตัวท่านเองว่า ฤๅษีลิงดำ จนกลายเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปมากกว่าชื่อจริงของท่าน นอกจากท่านจะเป็นพระสุปฎิปันโน สอนธรรมะและกรรมฐาน โดยเฉพาะวิชามโนมยิทธิให้พุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมากมายแล้ว สิ่งหนึ่งเป็นสมบัติที่หลวงพ่อท่านให้ไว้แก่ลูกหลานก็คือ คาถาเงินล้าน นั่นเอง
คาถาเงินล้านของหลวงพ่อวัดท่าซุง มีดังนี้
Written on January 14, 2010 | Posted in
คำสอนครูบาอาจารย์ |
1 Comment
ได้อ่านข้อธรรมเรื่องไปงานบุญ เทศน์โดย พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ วัดท่าขนุน ซึ่งพระอาจารย์เล็กท่านเป็นศิษย์ของพระราชพรหมยาน หรือ หลวงพ่อมหาวีระ ถาวโร หรือ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง อุทัยธานี พระอาจารย์เล็กได้ให้ข้อธรรมเรื่องการตั้งกำลังใจเมื่อไปงานบุญ ซึ่งเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่เราๆท่านๆทั้งหลาย จึงขออนุญาตยกมาให้อ่านลิจารณาโดยทั่วกัน ดังนี้
“เมื่อเช้านี้พูดไปว่า เราไปแต่ละงานอย่าไปเปล่า ให้สังเกตกำลังใจของเราเอาไว้ ว่ากำลังใจของเรายินดีในทาน ศีล ภาวนาเท่าไหร่ ยินดีในการลด ละ เลิก รัก โลภ โกรธ หลงเท่าไหร่
“อย่างที่เราไป (วัดเขาวงและวัดถ้ำป่าไผ่กัน) เราสำเร็จอย่างเดียวคือเรื่องของทาน เราเต็มใจ เราตั้งใจที่จะไปทำ แต่ว่ากำลังใจขณะนั้นที่มันเกิดปีติในทาน สติสมาธิมันไปอยู่ตรงตัวปีติในทาน มันไม่ได้อยู่กับสมาธิและปัญญาในส่วนอื่น เพราะฉะนั้นใน ส่วนของ ศีล สมาธิ ปัญญาที่สูงขึ้นไปกว่านั้น มันแทบจะโดนบดบังไปหมด กลายเป็นว่าเราอยู่ในระดับชั้นนี้ก็ยินดีและพอใจแล้ว และจะไม่มีการก้าวล่วงไปในระดับที่สูงกว่านั้น
“ดังนั้นเวลาเราให้ทาน มีการสมาทานศีลแล้วต้องรีบระลึกนึกถึง ขณะเดียวกันกำลัง ใจของเราต้องมุ่งมั่นอยู่เสมอว่า สิ่งที่เราทำในขณะนี้เราปรารถนาอะไร ตั้งความหวังไว้อย่างเดียวว่าเราจะไปนิพพาน เอาจิตเกาะพระเกาะนิพพานไว้ได้หรือเปล่า ถ้าหากไม่หมั่นพิจารณาไม่หมั่นฝึกฝนตัวเอง [...]
Written on December 28, 2009 | Posted in
คำสอนครูบาอาจารย์ |
Leave a comment
คนโบราณสร้างพระเครื่องขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงพระ พุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เตือนสติให้นึกถึงความดี ความงาม ความจริงแห่งคำสอนของพระบรมศาสดา เมื่อคนนึกถึงแล้วย่อมจะปฏิบัติตามคำสั่งสอน เป็นการสืบทอดพระศาสนาไปโดยปริยาย
แต่ปัจจุบันวัตถุประสงค์ในการสร้างพระเครื่องมุ่งไปในทาง ปกป้องคุ้มครองและส่งเสริมผู้ห้อยพระโดยอาศัยอำนาจศักดิ์สิทธิของ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ในลักษณะของการพึ่งพาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ให้บันดาลโชคลาภ ความร่ำรวย หรืออยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาด เป็นหลัก
Written on November 22, 2009 | Posted in
คำสอนครูบาอาจารย์ |
Leave a comment