
พระราชพรหมยาน หรือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง (จันทาราม) อ.เมือง จ.อุทัยธานี คือพระสงฆ์ผู้ทรงคุณความดีเป็นที่นับถือของพุทธศาสนิกชนเป็นอันมาก แม้ท่านมรณภาพไปแล้วกว่าสิบปี แต่ยังมีผู้ศรัทธาในปฏิปทา ไปกราบนมัสการสรีระของท่านที่วัดท่าซุงอย่างไม่ขาดสาย รวมทั้งผมด้วยคนหนึ่ง
หลวงพ่อฤษีลิงดำท่านนำพระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า มาสั่งสอนลูกศิษย์และผู้ศรัทธาทั้งหลาย ด้วยถ้อยคำธรรมดาๆ มีศัพท์แสงภาษาบาลีหรือที่เราเรียกว่าภาษาพระน้อยมาก ฟังที่ท่านเทศน์ หรืออ่านหนังสือที่ท่านเขียนแล้วเข้าใจได้ไม่ยาก นำไปปฏิบัติตามได้อย่างที่รู้สึกว่าไม่เกินกำลัง
หนังสือเล่มที่กำลังเขียนถึงอยู่นี้คือ หนีนรก ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย และรู้สึกว่าไม่เป็นการหนักมากหากจะทำตามที่ท่านสอน เพื่อหนีนรก ทั้งหนีให้ได้เฉพาะชาตินี้ ด้วยการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพื่อให้เกิดเป็นมนุษย์ เทวดา หรือพรหม หากจะหนีให้ตลอดไปก็เป็นพระอริยเจ้าขั้นต้นคือพระโสดาบัน ซึ่งนรกไม่ต้อนรับอีกแล้ว
สำหรับเราๆท่านๆที่ต้องทำมาหากินตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต ท่านสอนให้ปฏิบัติหนีนรกแบบเบาๆ ไม่เกินกำลังที่เราจะทำได้ ด้วยการเจริญพุทธานุสสติ ธรรมานุสสสติ สังฆานุสติ แบบง่ายๆ
การเจริญพุทธานุสสติ นั้นท่านแนะว่า ให้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยการบูชาพระพุทธรูปทุกวัน อาจจัดสิ่งของถวายเช่น อาหาร หรือผลไม้เท่าที่หาได้ เวลาถวายก็ทำด้วยความเคารพและจดจำรูปพระพุทธรูปไว้ ทำทุกวันก็จะทำให้เรานึกถึงพระพุทธรูป เป็นพุทธานุสสติ คือระลึกถึงพระพุทธเจ้า เมื่อทำจนชินแล้วว่างตอนไหนใจเราจะนึกถึงขึ้นมาเอง เรียกว่ามีฌาณในพุทธานุสสติกรรมฐาน ซึ่งพุทธานุสสตินี้เป็นบุญใหญ่
การเจริญธรรมานุสสติ ท่านแนะให้บูชาพระและสวดมนต์ทุกวันเป็นประจำ ไม่ต้องสวดมาก เพียงนะโมฯ 3 จบ แล้วสวดอิติปิโสภควา ฯ หรือหากสวดอิติปิโสฯ ไม่ได้ ท่านก็ให้สวดแค่ ตั้ง นะโมฯ 3 จบ ต่อด้วย “พุทธัง สรณังคัจฉามิ ธรรมมังสรณัง คัจฉามิ สังฆังสรณังคัจฉามิ ข้าพุทธเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง พระธรรมเป็นที่พึ่ง ขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง” ทำอย่างนี้ทุกวัน ถ้าอยู่ในระหว่างเดินทางก็คิดในใจ ทำแบบนี้ได้ท่านเรียกว่าเป็นธรรมานุสสติกรรมฐาน เป็นบุญใหญ่เหมือนกัน
การเจริญสังฆานุสสติ ก็ให้หาของใส่บาตรทุกวัน ถ้าไม่สะดวกจะใส่บาตรทุกวัน ท่านก็แนะนำว่าให้ปลูกต้นพริก มะเขือ หรืออะไรก็ตามที่กินได้ แล้วตั้งใจว่าเมื่อออกผลเราจะนำไปถวายพระ เมื่อรดน้ำ พรวนดิน ทุกวันก็นึกถึงอย่างนี้ ท่านบอกว่าเป็นสังฆานุสติกรรมฐาน
ผมคิดว่า ที่ท่านแนะนำให้ปลูกพืชผลเพราะสมัยก่อนนั้น ท่านแนะนำชาวบ้านที่ทำมาหากินกับท้องไร่ท้องนา หากชาวเมืองที่เป็นมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายได้อ่านแล้ว ก็ใช้ปัญญาพลิกแพลงเอา คงไม่ยาก เช่น ตั้งใจว่าเงินเดือนออกเราจะถวายสังฆทาน หรือ เสาร์ อาทิตย์ วันหยุดเราจะใส่บาตร เป็นต้น
หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านสอนอยู่เสมอๆว่า ให้นึกถึงพระพุทธเจ้าโดยการนึกถึงพระพุทธรูปที่เราชอบ นึกถึงพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า นึกถึงพระสงฆ์ที่เราเคารพศรัทธา นึกให้เป็นปกติทุกวัน ทุกเวลาที่ว่างจากการงาน เรียกว่าเป็นพุทธานุสสติกรรมฐาน ธรรมานุสสติกรรมฐาน สังฆานุสสติกรรมฐาน หากทำแบบนี้ได้ก็จะหนีนรกในชาติได้แน่นอน (ท่านบอกว่า กรรมฐานไม่ใช่นั่งหลับตาเสมอไป ถ้านั่งหลับตาแต่ใจคิดเรื่องอื่นก็ไม่เป็นประโยชน์)
นี่เป็นส่วนหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ที่หลวงพ่อท่านสอนไว้ อ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ยากใช่ไหมครับ พอจะทำได้ไหมท่านทั้งหลาย

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งวิทยาศาสตร์ สามารถพิสูจน์ได้ด้วยการปฏิบัติ คำสอนขององค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นความจริงแท้ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงกำหนดขึ้นมา แต่เป็นสิ่งที่ทรงค้นพบแล้วนำมาเผยแพร่ให้สัตว์โลกทั้งหลายได้ทราบและปฏิบัติตาม เพื่อความสุขทั้งในระดับโลกๆคือชาวบ้านอย่างพวกเรา และในระดับสูงสุดคือพระนิพพาน
ผู้ปฏิบัติจึงจะรู้ด้วยตัวเอง ผู้ไม่ปฏิบัติย่อมไม่รู้ เมื่อไม่รู้ก็พาลไม่เชื่อ ทำให้พลาดโอกาสอันดีงามของชีวิตไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง
ผู้ปฏิบัติแม้จะเคยปฏิเสธศาสนาพุทธมาก่อน แต่เมื่อได้รู้ความจริงด้วยการปฏิบัติแล้ว ย่อมจะเกิดความศรัทธาและปีติ ยึดเป็นธงนำในการดำเนินชีวิตอย่างมั่นคง หนึ่งในนั้นย่อมรวมเอา “ณัฐพบธรรม” ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “ถ้ารู้(กู)ทำไปนานแล้ว” เอาไว้ด้วยคนหนึ่ง
ณัฐพบธรรม ก็ไม่ต่างจากคนส่วนมากที่นับถือพุทธศาสนาตามทะเบียนบ้าน ไม่สนใจที่จะศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจังมาก่อน แต่เมื่อศึกษาเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติแล้วรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้ยึดเอาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเครื่องนำทางแก่ชีวิต
หนังสื่อเรื่อง “ถ้ารู้(กู)ทำไปนานแล้ว” เป็นการบอกเล่าประสบการณ์การเรียนรู้และปฏิบัติธรรมของณัฐพบธรรม ที่อธิบายข้อธรรมโดยอ้างอิงจากพระไตรปิฎกด้วยภาษาที่ง่ายแก่การทำความเข้าใจ สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาข้อธรรมจากคำสั่งสอนของพระบรมศาสดาให้เข้าใจเป็นเบื้องต้น นี่เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าอ่านเป็นอย่างยิ่ง
ผู้เขียนคือณัฐพบธรรมนั้นเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ จบการศึกษาสายวิศวกรรมศาสตร์ แน่นอนว่าคนที่เรียนมาทางนี้ย่อมต้องการข้อพิสูจน์ที่จับต้องมองเห็นได้ในการหาคำตอบในเรื่องต่างๆ ดังนั้น การที่เขากล่าวไว้ในคำนำว่า “พระไตรปิฎกไขข้อสงสัยทั้งหมดอย่างมีเหตุมีผล” จึงย่อมเป็นเรื่องที่เขาพิสูจน์ได้แล้วว่าคือความจริงแท้
![]()
ผู้ที่เดินทางด้วยการขับรถ ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง รถติดหรือไม่ติด ก็มีความปวดเมื่อยและง่วงนอนกันทุกคน ต้องทำจิตใจให้ผ่อนคลายด้วยการฟังวิทยุ ซึ่งส่วนมากแล้วคงชอบฟังเพลงตามรสนิยมของแต่ละคน
.
ผมนั้นก็ชอบฟังเพลงเช่นกัน ส่วนมากแล้วเป็นเพลงลูกทุ่งเก่า ๆ สมัยยังเป็นเด็กและวัยรุ่น จึงต้องอาศัยฟังจากซีดี เพราะสถานีวิทยุในปัจจุบันนี้หาที่จะเปิดเพลงลูกทุ่งสมัยเก่ามีน้อย มีแต่เพลงร่วมสมัยซึ่งผนุ่ม ๆ สาว ๆ เขาชอบฟังกัน
.
การฟังเพลงในรถยนต์นั้น แม้จะเป็นเพลงที่ชอบแต่ถ้าฟังนาน ๆ ก็เบื่อเช่นกัน และในซีดีแผ่นหนึ่งก็ไม่ได้มีเพลงที่เราชอบไปทั้งหมด เพลงที่ไม่ชอบก็มี ส่วนใหญ่ก็มีมากเสียด้วย ดังนั้น ฟังบ่อย ๆ เข้าเมื่อถึงเพลงที่ไม่ชอบก็ชักจะรำคาญ พาลหงุดหงิด ถ้าทนไม่ไหวก็กดข้ามไปฟังเพลงที่ชอบ
.
คิดไปคิดมาก้ได้ความว่า ทำเรื่องที่เราชอบก็เป็นทุกข์ได้เหมือนกัน เช่นการฟังเพลงนี้แหละ แม้จะชอบฟังแต่ถ้าถึงเพลงที่ตัวเองไม่ชอบก็เบื่อ อาการเบื่อนี่แหละก็เป็นทุกข์
หลวงพ่อเล็ก หรือ พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ วัดท่าขนุน จ.กาญจบุรี ได้เทศน์เรื่องอานิสงค์ของการทำวัตรสวดมนต์ ไว้ในเว็บไซต์วัดท่าขนุน จึงขอนำมาเผยแพร่ไว้ในที่นี้ ดังนี้
การทำวัตรสวดมนต์มีอานิสงส์อย่างไรบ้าง?
๑. เป็นพุทธานุสติ เพราะการทำวัตร เราต้องทำในโบสถ์ต่อหน้าพระประธานอยู่แล้ว
๒.เป็นธัมมานุสติ สิ่งที่เราสวดมนต์ทำวัตร ก็คือ คำสอนของพระพุทธเจ้า
๓. เป็นสังฆานุสติ ยึดถือและปฏิบัติตามแนวที่ครูบาอาจารย์กระทำมา
๔. เป็นการควบคุมกาย วาจา ใจของเราให้อยู่ในกรอบ ไม่สามารถกระทำความชั่วได้ คือ คนเราจะทำชั่วด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ สามประการด้วยกัน การที่เรานั่งทำวัตรอยู่ต่อหน้าพระ …
มีข่าวทำบุญมาฝากครับ สืบเนื่องจากที่ผมกลับบ้านไปเยี่ยมแม่เมื่อสัปดาห์ก่อน ไปกราบพระอาจารย์ที่เคยสอนผมตอนเรียนมัธยมซึ่งขณะนี้บวชหลายพรรษาแล้วอยู่ ที่วัดภูพลาญแก้ว แวดล้อมด้วยป่าเบญจพรรณ อยู่ห่างชุมชนประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งแต่ก่อนเป็นวัดเก่าร้างแต่ได้สร้างขึ้นใหม่เมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว โดยชาวบ้านผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งรวมทั้งพ่อของผมด้วยได้รวมกันฟื้นฟูขึ้นมา จนเป็นวัดที่มีพระจำพรรษามาถึงทุกวันนี้
คนร้อยละ ๙๙ ต้องเคยฆ่าสัตว์อย่างแน่นอน โดยเฉพาะแมลงที่ใกล้ชิดคน ได้แก่ มด ปลวก ยุง แมลงสาบ เป็นต้น นับเป็นสัตว์เล็ก ๆ ที่ถูกคนฆ่าตายมากที่สุด ผมเองก็ฆ่ามาแล้วไม่น้อย คงนับรวมกันแล้วเป็นพันเป็นหมื่น
เนื่องจากแมลงเหล่านี้เป็นสัตว์ขนาดเล็ก และคนยังมองว่าเป็นศัตรู เพราะมันทำร้ายคนและทำลายข้าวของของคน จึงทำให้คนฆ่าได้อย่างง่าย ๆ การฆ่าสัตว์เล็ก ๆ อย่างนี้ใช้กำลังใจน้อย จึงฆ่าได้อย่างไม่คิดอะไร เด็ก ๆ ก็ฆ่ามดแมลงได้ด้วยเห็นเป็นเรื่องสนุก โดยไม่รู้ว่าเป็นบาป
เมื่อเห็นใครสักคนเดือดร้อนในเรื่องต่าง ๆ หรือพบเห็นสัตว์สักตัวถูกกระทำทารุณ ทุกคนคงมีความรู้สึกสงสาร อยากช่วยให้พ้นความเดือดร้อน เมื่อช่วยไม่ได้ก็รู้สึกกระวนกระวายจนเป็นทุกข์เสียเอง ผมเคยมีความรู้สึกขนาดที่ว่า ทำไมคนเราเกิดมาไม่เท่าเทียมกัน มีการเอารัดเอาเปรียบกัน ทั้งตัวเองถูกเอารัดเอาเปรียบและเห็นคนอื่นถูกเอารัดเอาเปรียบ เกิดความเกลียด โกรธ แค้น คับข้องหมองใจ พาลด่าโลกว่าหาความยุติธรรมและความเสมอภาคไม่ได้
พระพุทธองค์ผู้ทรงเป็นสัพพัญญู รู้แจ้งเจนจบทุกอย่าง ได้ทรงตรัสว่า สัตว์ทั้งหลายในจักรวาลนี้ ล้วนแต่เวียนว่ายตายเกิดมานับชาติไม่ถ้วน จักรวาลก็เกิดและดับมานับไม่ถ้วนเช่นกัน ดังนั้น สัตว์ทั้งหลายที่เวียนว่ายตายเกิดอยู่นี้ ล้วนแต่เป็นญาติมิตร พ่อแม่ พี่น้องกัน กันนับหมื่นนับแสนชาติในอนันตกาลที่ผ่าน
คนไทยที่มีหลักฐานตามทะเบียนบ้านว่านับถือศาสนาพุทธ ซึ่งมีอยู่กว่าร้อยละ ๙๐ ของประชาชนทั้งประเทศนั้น ในจำนวนนี้คงมีไม่ถึงร้อยละ ๕๐ ที่รับรู้แก่นแท้ของคำสอนแห่งพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า และมีความศรัทธานับถือจากความเข้าใจอันแท้จริง ส่วนมากแล้วนับถือตามบรรพบุรุษ เป็นชาวพุทธเพราะพ่อแม่แจ้งไว้ให้ในทะเบียนบ้าน เป็นไปตามที่คนรุ่นก่อนๆเคยเป็น
มีคนจำนวนไม่น้อย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเข้าวัด ไม่เคยทำบุญ ไม่เคยไหว้พระด้วยความศรัทธา เพียงทำตามๆกันไป ไม่ทำก็กลัวจะถูกว่าเป็นคนไม่ดี
ศีลหมายความว่าปกติ คือปกติของโลก การละเมิดศีลคือการทำให้ความผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งคนส่วนมากล้วนแต่ละเมิดศีลไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง หนัก ๆ ก็ละเมิดทุกข้อ ศีล ๕ ที่ปุถุชนคนธรรมควรจะต้องรักษา แต่ก็บางคนก็ทำลายไปทั้งหมด
ในที่นี้จะไม่ไเขียนถึงประโยชน์ของการรักษาศีล เพราะทุกคนหรือคนส่วนมากทราบกันดีอยู่แล้ว แต่จะขอเล่าประสบการณ์เรื่องการรักษาศีลแทน เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจบ้าง
แต่ต้องขออกตัวก่อนว่า ผู้เขียนไม่ใช่ผู้ที่ทรงศีลบริุสุทธิ์ เพราะไม่ใช่พระอริยเจ้าผู้มีศีลบริสุทธิ์ หากแต่ยังเป็นคนธรรมดาสามัญที่ยังไม่แน่ใจว่ารักษาศีลได้ครบทุกข้อหรือไม่ แต่ก็พยายามรักษาให้ครบทุกข้อ เพื่อดำเนินไปตามความเป็นปกติของโลก
หลวงพ่อพระมหาวีระ ถาวโร หรือ พระราชพรหมยาน หรือที่หลวงพ่อท่านเรียกตัวท่านเองว่า ฤๅษีลิงดำ จนกลายเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปมากกว่าชื่อจริงของท่าน นอกจากท่านจะเป็นพระสุปฎิปันโน สอนธรรมะและกรรมฐาน โดยเฉพาะวิชามโนมยิทธิให้พุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมากมายแล้ว สิ่งหนึ่งเป็นสมบัติที่หลวงพ่อท่านให้ไว้แก่ลูกหลานก็คือ คาถาเงินล้าน นั่นเอง
คาถาเงินล้านของหลวงพ่อวัดท่าซุง มีดังนี้
ทุกคนเคยฝัน เมื่อใดที่ฝันร้าย แม้ขณะหลับอยู่ก็เป็นทุกข์ ตื่นขึ้นมายังอกสั่นขวัญแขวน แต่เมื่อรู้ว่าสิ่งร้ายๆที่ตนผจญอยู่เมื่อสักครู่นั้น เป็นเพียงแค่ความฝัน ก็ถอนหายใจโล่งอก
เมื่อใดที่ฝันดี แม้ขณะหลับก็มีความสุข ตื่นขึ้นมาก็ยังอ้อยอิ่งในความสุขนั้น แม้เมื่อรู้ว่าเป็นเพียงความฝันก็ยังเสียดาย อยากฝันแบบนั้นอีก อยากให้ความฝันอันแสนสุขนั้นเกิดขึ้นกับชีวิตจริง
แต่ความฝันก็เป็นเพียงความฝัน จะฝันดีหรือฝันร้าย เมื่อตื่นขึ้นมาฝันนั้นก็จบ เว้นเสียแต่ใครที่มีความสามารถพิเศษ บันดาลให้ตัวเองนอนหลับแล้วฝันเรื่องดีๆต่อไปได้ก็เป็นเรื่องโชคดีของคนนั้น
| M | T | W | T | F | S | S |
|---|---|---|---|---|---|---|
| « Jul | ||||||
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||